This is default featured post 1 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.This theme is Bloggerized by Lasantha Bandara - Premiumbloggertemplates.com.

This is default featured post 2 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.This theme is Bloggerized by Lasantha Bandara - Premiumbloggertemplates.com.

This is default featured post 3 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.This theme is Bloggerized by Lasantha Bandara - Premiumbloggertemplates.com.

This is default featured post 4 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.This theme is Bloggerized by Lasantha Bandara - Premiumbloggertemplates.com.

This is default featured post 5 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.This theme is Bloggerized by Lasantha Bandara - Premiumbloggertemplates.com.

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ dota แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ dota แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

Ancient Apparition

Kaldr 

Ancient Apparition

ชื่อที่ผมเรียกใน dota : เอเอ

 


ฮีโร่ใน DotA ชื่อของเขาที่คนนิยมเรียกคือ AA แต่ชื่อเข้าโรงเรียนผมก็ไม่รู้ นักฆ่าตัวใหม่ในนามของสาย Int ได้ถือกำเนิดขึ้นมาในช่วงอัพเดตเวอร์ชั่น 6.65 ซึ่งก็คือฮีโร่ตัวใหม่ Ancient Apparition ความสามารถรวมๆ อาจจะเหมือนกับฮีโร่หลายตัว แต่ถ้าได้ลองนำมาใช้เล่นจริงๆ แล้ว จะเข้าใจว่ามันเป็นฮีโร่ตัวฆ่าที่เก่งรอบด้านจริงๆ

เทคนิคการใช้สกิล
               การเล่น Ancient Apparition ที่ดีคือการใช้สกิลได้อย่างถูกจังหวะ เพราะสกิลทั้งสี่จะมีรูปแบบการทำงานที่คอมโบสนับสนุนกันเองอยู่แล้ว ในช่วงต้นเกมเริ่มต้นด้วยการอัพสกิล Cold Feet สลับกับ Ice Vortex ขึ้นมา โดยการใช้ Ice Vortex ลดความเร็วในการเคลื่อนที่เป้าหมายเอาไว้ และตามด้วย Cold Feet ซึ่ง จะเพิ่มโอกาสทำให้ศัตรูติดแช่แข็งทำให้ได้รับความเสียหายแบบต่อเนื่องจาก สกิล ถือเป็นเทคนิคการคอมโบที่สามารถเปิดโอกาสให้ผู้เล่นอื่นในทีมตามเข้าสมทบได้ ดีมาก

Skill

Cold Feet  ใช้สกิลใส่เป้าหมายจะโจมตีเป้าหมายนั้นในทุกวินาทีจนกว่าเป้าหมายจะออก จากระยะ 740 และเมื่อยังอยู่ในระยะของสกิลนั้น 4 วินาทีจะส่งผลทำให้ติดสถานะแช่แข็ง


Ice Vortex  สร้างอาณาเขตน้ำแข็งขึ้นมาทำให้ศัตรูที่เข้าในอาณาเขตนี้ ติดสถานนะ slow การเคลื่อนที่ลดลง พลังการต้านทานเวทย์ลดลงเป็นเปอร์เซ็น ระยะเวลาของสกิล 12 วินาที


Chilling Touch  บัพที่เพิ่มโบนัสพลังโจมตีให้กับฝ่ายตัวเอง เป็นเวลา 40 วินาทีแต่จะจำกัดจำนวนครั้งที่ใช้ได้ตามเลเวล และฝ่ายตัวเองที่ได้บัพนี้ไปจะทำให้โจมตีได้ช้าลง 15%


Ice Blast  ปล่อยลูกพายุออกไปโจมตีสุดหน้าจอ และเมื่อกดใช้สกิลอีกครั้งจะเป็นการกดระเบิดพายุโจมตีตามเลเวลสกิล ศัตรูที่โดนแรงระเบิดของพายุจะติดสเตตัส Frost bite หรือหยุดการฟื้นคืน HP 7 วินาที และถ้าหากเป้าหมายนั้นมีเปอร์เซ็น HP น้อยกว่ากำหนดของแต่ละเลเวลจะเกิด Shatter ทำให้ตายได้

วันจันทร์ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2556

Butcher

Pudge
Butcher
ชื่อที่ผมเรียกใน dota : บัทเชอร์

Pudge
Butcher
 

เจ้าอสูรกายร้ายในเกมส์ DotA ชื่อของเขาคือ Pudge มันเกิดมาจากซากศพทั้งหลายที่นำถูกเย็บรวมกันแต่ละชิ้นส่วนของมันชั่วร้าย นัก สิ่งที่มันชอบก็คือเนื้อหวานๆของสิ่งมีชีวิตซึ่งถ้ามันหมายตาเหยื่อของมัน รายไหนแล้วไม่มีทางที่จะรอดไปได้ Ahh Freah Meat คือคำติดปากของมันมันมักจะพูดเวลาที่ได้ลิ้มรสเหยื่อ อาวุธของมันคือตะขอและมีดปังตออันมหึมาที่สามารถกระฉากเหยื่อได้ภายในพริบตา ด้วยรูปร่างที่อัปลักษณ์ทำให้มันทนทานจากการโจมตีมากและกลิ่นที่เหม็นอับ ชื้นที่จะทำให้เหยื่อรู้สึกมึนเมาและเชื่องช้าลงจึงสามารถที่จะทำให้เหยื่อ ตายได้อย่างรวดเร็ว
Play Guide สำหรับแนวทางการเล่น Pudge นั้นเราจะเป็นทั้งตัวหยุดเกม ดักฆ่า ตัวป่วน หรือจะเป็นแท้งก็ได้ โดยจะมีแนวทางการออกไอเทมคล้ายๆกัน

Skill

Meat Hook  ขว้างตะขอออกไปเป็นแนวตรง ซึ่งจะเกี่ยวและดึงยูนิทใดๆก็ตามที่โดนเข้ามาหา Pudge หากเป็นฝ่ายศัตรู จะได้รับความเสียหายรุนแรงด้วย
จุดเด่นของสกิล Meet Hook สกิลฮุคอันนี้ เป็นสกิลที่หลายๆ คนหวาดระแวงมาก เพราะเป็นตัวเปิดการโจมตีที่ดี สามารถใช้หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการดึงศัตรูเข้ามาฆ่าเอง หรือดึงตัวเปิดเกมของฝ่ายตรงข้ามออกมาจากลุ่ม เพื่อทำลายคอมโบ
ข้อควรระวัง ตำแหน่งของผู้เล่นและทิศทางการใช้สกิล เป็นเรื่องสำคัญอย่างมากในการใช้สกิลนี้ เนื่องจากถ้าใช้ผิดที่อาจจะได้ครีปมาแทนฮีโร่ ดังนั้นมุมในการยืนควรจะอยู่เฉียงๆ กับฮีโร่เป้าหมาย อย่าให้ครีปมาบังได้ หรือทางที่ดีก็ควรจะเข้าไปซุ่มในตำแหน่งที่ติด Fog เพื่อไม่ให้เป้าหมายรู้ตัวก่อน
เทคนิคพิเศษ การดึงผู้เล่นข้ามแม่น้ำ หรือดึงขึ้นมาบนเนินจะทำให้ทีมฝ่ายตรงข้ามไม่สามารถเข้ามาช่วยเหยื่อที่โดน ดึงได่ทัน ดังนั้นอาจจะใช้ผู้เล่น 1-2 คน มายืนรอในตำแหน่งที่จะฮุคดึงผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามเข้ามารุมสกรัม ก็จะทำให้กำจัดเป้าหมายได้เร็วขึ้น และไม่ต้องกลัวว่าเป้าหมายจะหนีไปได้ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด ก็ควรจะเลือกดึงฮีโร่ตัวเปิดเกมของฝ่ายตรงข้ามเข้ามาฆ่าเสียก่อน จากนั้นการบุกของทีมเราก็จะง่ายขึ้นมากแล้ว

Rot  ปล่อยเชื้อโรคกระจายออกมารอบตัว Pudge ทำให้ยูนิทโดยรอบเคลื่อนที่ช้าลง และทำความเสียหายตลอดเวลา ตัว Pudge เองก็จะได้รับดาเมจนี้ด้วย
จุดเด่นของสกิล พิษอันนี้นอกจากจะสร้างความเสียหายให้กับเป้าหมายแล้ว ตัวผู้ใช้เองก็จะได้รับผลจากสกิลนี้ไปเต็มด้วยเช่นกัน ดังนั้นเวลาที่เลือกจะเปิดใช้ Rot ก็ควรจะดูค่า HP ของตนเองด้วย ว่าพอที่จะใช้ได้หรือเปล่า จุดเด่นอีกอย่างของสกิลนี้ก็คือ เมื่อเป้าหมายอยู่ในบริเวณสกิล Rot จะมีผลทำให้เคลื่อนที่ได้ช้าลงอีกด้วย ดังนั้นการต่อคอมโบกับสกิลนี้จึงไม่ใช่เรื่องยากเลย อาจจะใช้ Chain Frost ของ Lich ซ้ำเข้ามา หรือ Tidehunter เดินเข้ามาสตันทั้งกลุ่มเลยก็ได้
ข้อควรระวัง เนื่องจากตัวผู้ใช้จะได้ผลกระทบในการลดค่า HP จากสกิลนี้ด้วย ดังนั้นการออกไอเทมช่วงแรกๆ ควรจะเลือกไอเทมในการฟื้นฟูค่า HP อย่างเช่น Ring of Health หรือไอเทมที่เพิ่มค่า Max HP อย่าง Vitality Booster ก็ได้

Flesh Heap  สะสมซากศพฮีโร่ DotA ที่ตายในบริเวณระยะ 400 ได้เอาไว้ในตัวเอง เพิ่ม STR ให้กับ Pudge ทีละน้อย และเพิ่มความต้านทานทางเวทมนตร์ด้วย
จุดเด่นของสกิล Flesh Heap เป็นสกิลที่ใช้สะสมค่า STR ให้กับผู้เล่น จากการฆ่าครีปหรือฆ่าฮีโร่ แถมด้วยความสามารถในการต้านทานเวทย์ที่สูงถึง 16% สำหรับรูปแบบการอัพสกิลนี้ อาจจะอัพไว้ก่อนสัก 1 เพราะประโยชน์ของมันจะไม่มากเท่ากับ Meet Hook และ Rot ในช่วงแรกๆ ซึ่งใช้ฆ่าฮีโร่ได้ดีกว่า

Dismember  กัดขย้ำเป้าหมาย ทำให้เคลื่อนไหวไม่ได้ และรับความเสียหายรุนแรง มีผลเป็นเวลา 3 วินาที  Channeling เมื่อมีไอเทม Aghanim's Scepter จะเพิ่มดาเมจ 175+1xSTR ดาเมจและดูดเลือดคืนจากดาเมจที่ทำได้
จุดเด่นของสกิล Dismember เป็นสกิลที่ใช้กัดหัวเป้าหมาย ทำให้เคลื่อนไหวไม่ได้เป็นเวลา 3 วินาที พร้อมกับลดเลือดเป้าหมายได้สูงถึง 175 หน่วยต่อวินาที ซึ่งถือว่าไม่มากนัก แต่ก็มีประโยชน์มากทีเดียว เมื่อใช้คู่กับสกิล Rot ซึ่งมีผลในการลดเลือดของเป้าหมายไปในตัว
เทคนิคพิเศษ จังหวัดการทำคอมโบของสกิลนี้ จะเริ่มจากการที่ผู้เล่นล็อคเป้าเหยื่อได้แล้ว จากนั้นก็ให้เปิด Rot แล้วทำการฮุคเป้าหมายเข้ามาแล้วกดใช้สกิล Dismember ในทันที ซึ่งในจังหวะที่ผู้เล่นกำลังกัดหัวคู่ต่อสู้อยู่นั้น ผู้เล่นในทีมยังสามารถรุมโจมตีเป้าหมายได้อีกด้วย ดังนั้นตำแหน่งการยืนของเพื่อนร่วมทีม ก็ควรจะนัดแนะตำแหน่งกันให้ดีเสียก่อน เพื่อให้ชุดคอมโบนี้เกิดประโยชน์สูงสุด เพราะทั้งสกิล Meet Hook และ Dismember ต่างก็มีค่า Cooldown ที่ค่อนข้างน้อยมาก ไม่ต้องรอนานก็สามารถใช้ได้อีกครั้ง

วันเสาร์ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2556

Mortred

Mortred
Phantom Assassin
ชื่อที่ผมเรียกใน dota : มอร์เทรด

เธอกำเนิดท่ามกลางกลุ่ม Night Elf แต่เธอก็พยายามที่จะหลีกหนีจากสภาพสังคมทางฝั่ง Night Elf และเธอมีความแค้นต้องการแก้แค้นฝ่าย Scourge โดยใช้ความว่องไวและความแข็งแกร่งเพื่อทำลายศัตรู เธอชอบปลีกตัวไปอยู่ในป่า Ashenvale นอกจากนั้นเธอยังสามารถปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมได้หลายๆ แบบและยังปรากฏกายเข้าโจมตีศัตรูแบบไม่ทันตั้งตัวอีกด้วย ด้วยความสามารถเช่นนี้ เธอจึงถูกเรียกว่า Phantom Assasin
Play Guide การ LS Creep ช่วงแรกอาจจะทำได้ลำบากจึงอาจจะต้องใช้สคิล Stifling Dagger เข้ามาช่วยในการ LS Creep เลี่ยงการกะทะกับ Hero Int สคิล หรือพวก Range ไว้ก่อนช่วงแรก หลังจากที่เริ่มมีเงินบ้างแล้วก็ควรจะออก Mask of Death มาก่อนจะช่วยให้การฟาร์ม Gold ทำได้ง่ายขึ้น อาจจะมีการปัก Ward ตามจุดต่าง ๆ ที่เป็นจุดเข้าฟาร์มเพื่อกันฝ่ายตรงข้ามมา Gank ถ้ามีโอกาสก็หาจังหวะใช้สคิล Phantom Strike เข้าทำการ LS Hero ฝ่ายตรงข้าม รีบออกไอเทมอย่าง Battle Fury ให้ไวที่สุด จะช่วยให้เกมการเล่นของเราไหลลื่นขึ้น ถ้าเจอฝ่ายตรงข้ามที่มีสคิล Stun หรือ Disable เยอะ ๆ ให้โยกมาออก Black King Bar จะช่วยให้เราเล่นง่ายขึ้น

Skill

Stifling Dagger  ขว้างมีดเข้าโจมตีเป้าหมาย ความเสียหายจากมีดจะไม่ถูกหักลบจากค่าเกราะหรือความต้านทานใดๆ และทำให้เป้าหมายเคลื่อนที่ช้าลง 50% ในชั่วระยะเวลาหนึ่ง
จุดเด่นของสกิล ใช้ตอดฮีโร่ฝั่งตรงข้าม หรือใช้ Last Shot ครีปได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังช่วยให้จังหวะไล่ฆ่าสามารถจัดการได้ง่ายขึ้น เพราะด้วยความสามารถในการ Slow ที่มากถึง 50% จึงทำให้เป้าหมายนั้นแทบจะไม่มีทางหลบหนีเราไปได้เลย
ข้อควรระวัง ควรจะอัพให้เต็มเป็นสกิลแรกๆ เพราะว่าสกิลนี้ใช้ Mana น้อยมากๆ จึงใช้ได้ดีทั้งการตอดฮีโร่ การฟาร์ม การไล่ฆ่า และใช้ช่วยเพื่อนๆ ในทีม

Phantom Strike  Mortred จะ Teleport ไปหาเป้าหมายและโจมตี พร้อมทั้งได้รับความเร็วในการโจมตีเพิ่มขึ้น 100% โดยผลคงอยู่ 3 วินาที หรือเมื่อโจมตีครบ 4 ครั้ง
จุดเด่นของสกิล ใช้ไล่ฆ่าและใช้เปิดเกมได้ดี ยิ่งถ้าตัวเรามีสกิล Coup de Grace Lv 3 เมื่อไหร่ ภายในการโจมตีเพียงแค่ 4 ครั้ง เราก็สามารถที่จะจัดการเป้าหมายให้ลงไปนอนจมกองเลือดได้อย่างง่ายๆ อีกทั้งสกิลนี้ยังใช้ได้ดีทั้งในจังหวะไล่ล่าตัวที่หนี ยิ่งบวกกับสกิล 1 แล้วละก็ เป้าหมายก็แทบจะไม่ต้องลุ้นเอาตัวรอดเลยล่ะ
ข้อควรระวัง อาจจะต้องเลือกมาก่อนว่าจะอัพสกิลนี้เต็มก่อน หรืออัพ Blur เต็มก่อน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับรูปแบบของเกม ถ้าเราต้องการเน้นให้การไล่ฆ่ามีประสิทธิภาพมากขึ้น ก็อาจจะอัพสกิลนี้เต็มก่อน แต่ถ้าหากต้องการรีบฟาร์ม หรือต้องการเอาตัวรอด ก็อาจจะไปอัพ Blur ให้เต็มก่อนก็ได้ครับ

Blur  พรางกายตัวเองทำให้ฝ่ายตรงข้ามมองเห็นยากขึ้น และถูกโจมตียากขึ้นด้วย
จุดเด่นของสกิล ด้วยความสามารถในการหลบการโจมตีแบบปรกติที่มากถึง 30% จึงสามารถช่วยให้เรารอดตายจากวิกฤติต่างๆ มากมาย และยิ่งถ้าเราอัพ Blur เลเวลสูงมากเท่าไหร่ ตัวละครเราก็จะโปร่งใส จนมองไม่เห็นมากขึ้นเท่านั้น ดังนั้น เราจึงสามารถที่จะเข้าไปแอบแจมได้ดีในกลางวงปะทะ หรือตุ๋ยฮีโร่ฝั่งตรงข้ามแบบไม่ให้รู้ตัว
ข้อควรระวัง ถึงจะบอกว่าหลบหลีก 30% แต่ก็ใช้ว่าจะหลบพวกสกิลพ้น ดังนั้น หากเจอ Nuker ประเคนสกิลใส่ ก็สามารถที่จะทำให้เราตายได้อย่างง่ายๆ เช่นกัน

Coup de Grace   เพิ่มโอกาสในการสร้างความเสียหายรุนแรงในแต่ละการโจมตี
จุดเด่นของสกิล คริติคอลสุดโหด ที่สามารถเชือดตัวนิ่มๆ ได้ด้วยการโจมตีเพียงไม่กี่ครั้ง ยิ่งถ้าเรามี Battle Fury อยู่ด้วยละก็ จะช่วยให้เราสามารถกวาดครีปทั้งฝูงได้ด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว และยิ่งช่วงเลเวล 16 ขึ้นไป พวกฮีโร่ DotA ตระกูล Int และ Agi ที่เลือดน้อยๆ ก็อาจจะโดนเราสับตายได้ด้วยการโจมตีเพียงแค่ 1-2 ครั้งเท่านั้น
ข้อควรระวัง ในช่วงแรกๆ อาจจะหวังผลกับสกิลนี้ได้ไม่มากนัก เพราะถึงจะติดคริ แต่ดาเมจที่ออกมาก็ถือว่าเบามากๆ ดังนั้น เราควรจะฟาร์มเพื่อให้เลเวลถึง 16 ให้เร็วที่สุด เพราะเมื่อเราเลเวล 16 แล้ว ถึงจะไม่มีไอเทมอะไรมากมาย แต่ถ้าเราฟันติดคริเมื่อไหร่ ก็สามารถที่จะทำให้เป้าหมายตายได้ง่ายๆ เช่นกัน

Queen of Pain

Akasha
Queen of Pain
ชื่อที่ผมเรียกใน dota : ควีนออฟเพน

Akasha เป็นหนึ่งในวิญญาณที่เป็นอาวุธของฝ่าย Scourge ที่คอยรับใช้ the Lich King เธอมีความจงรักภักดีในฝ่าย Scourge สูง เธอรู้สึกสนุกกับการที่ได้ทำลายศัตรูด้วยพิษร้ายและของเธอ และเธอยังสามารถหยุดศัตรูด้วยการส่งเสียงคำรามด้วยความกึกก้องเข้าทำลาย เยื่อแก้วหูให้ศัตรูชะงักได้ การเคลื่อนไหวที่รวดเร็วคล้ายกับเงามืดทำให้เธอดูมีความน่าเกรงขามนัก
Play Guide Queen of Pain เป็นฮีโร่ DotA ที่สามารถเล่นได้ทั้ง 2 สาย คือสายซัพพอทที่เน้นไปทางของเพิ่ม Int และเสริมทีม เช่น Orchid Malevolence และ Guinsoo’s Scrythe of Vyse หรือจะเล่นแบบสายดาเมจก็ได้เช่นกัน ยกตัวอย่างไอเทมสายดาเมจเช่น Monkey King Bar Buriza-do kyanon และ The Butterfly การเข้าโจมตีผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามช่วงทีเผลอ จะได้ผลมาก ๆ ในการหมายกำจัดผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม

Skill

Shadow Strike  ขว้างกริชอาบยาพิษไปยังเป้าหมาย ทำให้เป้าหมายได้รับความเสียหายทันที และได้รับความเสียหายจากพิษตลอดเวลา ระหว่างติดพิษจะทำให้เคลื่อนที่ช้าลงด้วย
จุดเด่นของสกิล Shadow Strike นอกจากจะสร้างความเสียหายในการใช้สกิลครั้งแรกแล้ว ยังมีผลจากพิษที่ทำให้เป้าหมายเคลื่อนที่ช้าลง และลดค่า HP ต่อเนื่องอีกด้วย สำหรับสกิลนี้ สามารถใช้กดศัตรูตั้งแต่ช่วงแรกๆ ได้ไม่ยาก และใช้ได้ผลอย่างมากในการทำคอมโบต่อเนื่องกับสกิลอื่น ไม่ว่าจะเป็นการใช้ Shadow Strike เพื่อทำให้เป้าหมายวิ่งช้าลง แล้วไล่ยิงรวมถึงการ Blink เข้าไปประชิดเป้าหมาย เพื่อใช้ Scream of Pain เพื่อโจมตีเป้าหมายรอบตัว ต่อไป นอกจากนี้ Shadow Strike ยังใช้เป็นสกิลเปิด ในการให้เพื่อนร่วมทีมไล่ฆ่าศัตรูได้อีกด้วย

Blink  เทเลพอร์ตระยะสั้นไปยังพื้นที่เป้าหมาย
จุดเด่นของสกิล Blink เป็นสกิลประเภท Teleport ที่ใช้ได้ในทันที โดยระยะการใช้สกิลก็ขึ้นอยู่กับเลเวลของสกิล สำหรับผู้เล่นที่ใช้สกิลนี้จนคล่องแล้ว จะสามารถหลบสกิลประเภทที่ล็อคเป้าเข้าหาตัวเราเช่น Stun ของ Sven โดยการกดใช้ Blink ทันที เมื่ออีกฝ่ายกดใช้สกิลเข้าหาตัวเรา สำหรับสกิลนี้สามารถ Blink ไปได้ทุกตำแหน่งของแผนที่ ไม่ว่าจะเข้าป่าหรือกระโดดลงน้ำ ทำให้ไล่ล่าเป้าหมาย หรือหลบหนีได้ง่ายมาก

Scream of Pain  หวีดร้อง สร้างความเสียหายให้กับศัตรูที่อยู่โดยรอบ ไม่มีผลกับศัตรูที่ไม่อยู่ในระยะสายตา
จุดเด่นของสกิล Scream of Pain เป็นสกิลที่ใช้โจมตีเป้าหมายรอบตัว และสร้างความรุนแรงได้ถึง 300 Damage ต่อเป้าหมาย สามารถใช้ควบคู่กับสกิล Blink ในการไล่ล่าศัครูได้ดี
ข้อควรระวัง การ Blink เพื่อเข้าไปใช้สกิลนี้ใส่เป้าหมาย ควรจะดูความได้เปรียบเสียเปรียบด้วยว่า เหมาะแก่การใช้สกิลหรือไม่ เพราะทั้งสกิล Blink และ Scream of Pain ต่างก็มีค่า Cooldown หากเข้าไปใช้สกิลนี้ใส่กลางวงคู่ต่อสู่แล้ว เป้าหมายไม่ตาย หรือมีหลายคน อาจจะทำให้เราเป็นฝ่ายพลาดท่าเข้าไปตายกลางดงเสียเอง

Sonic Wave  สร้างคลื่นเสียงความเข้มข้นสูง ทำดาเมจรุนแรงใส่ศัตรูเป็นบริเวณกว้าง
จุดเด่นของสกิล Sonic Wave คลื่นเสียงความถี่สูง ที่สร้างแรงโจมตีได้ถึง 600 หน่วย ในมุมกว้าง ใช้เป็นตัวเปิดเกมได้ดีมาก ในกรณีที่มีครีปจำนวนมากอยู่บริเวณนั้น แต่ถ้าฝั่งเรามี Earthshaker มาด้วย ก็อย่ารีบใช้สกิลนี้ล่ะ เดี๋ยวครีปตายแล้วแล้วจะไม่คุ้มต่อการใช้สกิลของ Earthshaker
ข้อควรระวัง เนื่องจาก Sonic Wave เป็นการใช้สกิลโจมตีไปด้านหน้า มุมในการกดใช้สกิลก็ควรจะดูให้ดี โดยที่ผู้เล่นควรจะยืนอยู่เป็นเส้นตรง ในการใช้สกิลเข้าหากลุ่มเป้าหมายเพื่อให้ผลของสกิลโดนฮีโร่ฝ่ายตรงข้ามได้ มากที่สุด

Goblin Techies

Squee Spleen and Spoon
Goblin Techies
ชื่อที่ผมเรียกใน dota : หนูระเบิด

Goblin Techies เป็นเจ้าตัวประหลาดที่มากด้วยความฉลาด ความสามารถของมันสามารถทำให้พื้นที่บางส่วน หรือจุดที่มันต้องการทำลายสามารถพังลงได้ด้วยดินปืนของพวกมัน มันได้ร่ำเรียนพลังเวทมนต์บางส่วนจาก Kalimdor จึงทำให้พวกมันสามารถลบร่องลอยของกับดักที่พวกมันสร้างขึ้นได้โดยจะไม่ สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า และกับดักบางอันยังสามารถทำให้ผู้ที่ก้าวเข้าสู่เขตแดนของเวทมนต์ที่มันตั้ง ไว้ตกอยู่ในสภาพการเป็นอัมพาตอีกด้วย
Play Guide GB เป็นฮีโร่ DotA ที่เล่นแล้วสนุกมาก การใช้ระเบิด Land Mines วางตามจุดต่าง ๆ จะช่วยตัดกำลังของฝ่ายตรงข้ามได้ดี และยังสามารถใช้ LS Creep ได้เยี่ยมอีกด้วยสำหรับสคิลนี้ ควรจะอัพสคิล Suicide Squad, Attack! ติดไว้สัก 1 หรือ 2 บางจังหวะที่โดนรุมยอมฆ่าตัวตายไปเลยจะดีกว่าปล่อยให้ฝ่ายตรงข้ามได้ LV และเงินจากเราไป ถ้ามีโอกาสควรรีบปิดเกมเสียตั้งแต่ช่วงกลางเกม ถ้าปล่อยให้ยืดไปมากจะทำให้เราเล่นยาก การออกไอเทมนิยมออกเพิ่มค่า HP-MP และซัพพอทเพื่อนร่วมทีมเช่น Bloodstone และ Guinsoo’s Scrythe of Vyse

Skill

Land Mines  วางระเบิดลงบนพื้นที่ หากมียูนิตฝ่ายตรงข้ามเข้ามาเหยียมจะเกิดระเบิดขึ้น สร้างความเสียหายเป็นกลุ่มระยะแคบๆ วางได้สูงสุด 20 ลูก
จุดเด่นของสกิล ด้วยดาเมจที่แรงมากๆ ถึง 600 จึงทำให้เราสามารถจัดการครีป 1 ฝูงได้ด้วยระเบิดเพียงลูกเดียว อีกทั้งในตอนช่วงเลเวล 7 ถ้าหากเราวางระเบิดไว้ในจุดที่อีกฝั่งไม่คาดคิดสัก 2-3 ลูกแล้วละก็ เราก็สามารถที่จะจัดการอีกฝ่ายได้แบบสบายๆ เลยทีเดียว
ข้อควรระวัง ในจุดที่เราวางระเบิดไว้เยอะๆ นั้น หรือจุดที่อันตรายๆ และจุดจำเป็น เราควรจะวาง Ward ควบคู่ไปด้วย เพราะไม่เช่นนั้นหากอีกฝั่งนำ Ward มาปักทับ เราก็จะเสียระเบิดไปเลยฟรีๆ

Stasis Trap  วางระเบิดลงบนพื้นที่ หากมีศัตรูเข้ามาใกล้จะเกิดระเบิดและทำให้ติด Stun ชั่วขณะ เป็นวงกว้าง
จุดเด่นของสกิล อีก 1 กับดักสุดแสบ ที่สามารถสตั้นเป้าหมายได้นานสูงสุดถึง 6 วินาที ซึ่งถือว่านานเอามากๆ แต่จังหวะใช้นั้นค่อนข้างลำบากหน่อย เพราะยูนิตเป้าหมายจำเป็นจะต้องเดินมาชนแทรบแบบตรงๆ แต่เราอาจจะใช้วิธีการวางกำกับไว้หลายๆ อันเพื่อแก้ปัญหาจุดนี้ก็ได้
ข้อควรระวัง พยายามวางกับดักอันนี้ไว้ในจุดที่มีการปะทะบ่อยๆ หรือมุมอับสายตาและช่องว่างเล็กๆ อย่างบนเนิน หรือช่องว่างในป่า เพราะจะมีโอกาสติดมากยิ่งขึ้น

Suicide Squad, Attack!  พุ่งไปยังเป้าหมายและระเบิดตัวตายพร้อมสร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง
จุดเด่นของสกิล ด้วยความเสียหายที่ถือได้ว่าเป็นสกิลที่แรงที่สุดในเกม จึงสามารถที่จะใช้ฆ่าอีกฝ่ายได้ด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว แต่นั่นก็หมายถึงการที่เราจะต้องแลกชีวิตเราด้วย ดังนั้น เราอาจจะอัพเผื่อไว้สัก 1-2 เลเวล เอาไว้ใช่เผื่อจังหวะที่ยังไงก็โดนฆ่าแล้วแน่ๆ ก็จัดการกดระเบิดตัวเองแลกไปเลย หรือถ้าจะเล่นมุขเกรียนๆ หน่อย ก็ซื้อดาบบลิ้งมาใช้ และถ้าเห็นอีกฝั่งอยู่รวมกันติดๆ 2-3 ตัวเมื่อไหร่กก็บลิ้งไประเบิดตัวเองเลย lol
ข้อควรระวัง อย่างน้อยๆ ถ้ากดใช้ก็ควรจะพาเหยื่อไปด้วยสัก 1-2 คน ไม่งั้นจะถือว่าเราตายไปแบบฟรีๆ

Remote Mines  วางระเบิดแบบสั่งการไว้ยังพื้นที่เป้าหมาย สามารถสั่งให้ระเบิดได้ ระเบิดอยู่นาน 8 นาที
จุดเด่นของสกิล ด้วยความสามารถในการควบคุมระเบิด ที่จะสั่งให้มันระเบิดตอนไหนก็ได้ตามใจเรา จึงทำให้สกิลนี้นับเป็นอีกสกิลที่น่าใช้มากๆ ถึงดาเมจจะไม่แรงเท่า Land Mines แต่ด้วยความสามารถในการบังคับ เราจึงสามารถที่จะใช้ระเบิดตัวนี้พลิกเกมได้ในหลายๆ จังหวะ
ข้อควรระวัง ในจุดที่เราวาง Remote ไว้หลายๆ ลูก แนะนำว่าให้ปัก Sentry Ward กำกับไว้ด้วย เผื่อกรณีถ้ามีอีกฝั่งมาปัก Ward เพื่อโจมตีระเบิดของเรา

Silencer

Nortrom
Silencer
ชื่อที่ผมเรียกใน dota : ไซเลนเซอร์

Nortrom ได้ชื่อว่าเป็นนักรบของเผ่า Elves ที่แข็งแกร่งที่สุดคนหนึ่ง เป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านอาวุธประเภทจักรที่ใช้เหวี่ยงใส่ศัตรู และเขายังสามารถทำให้ศัตรูสับสนวุ่นวายได้อย่างมาก และเขายังมีพลังที่จะสาปศัตรู รวมทั้งทำให้ศัตรูไม่สามารถใช้เวทมนต์ได้อีกด้วย ถ้ามีเขาเข้าร่วมในสนาบรบ เวทมนต์และความชั่วร้ายต่างๆ ของฝ่าย Scourge จะถูกปัดเป่าจากเขา

Skill

Curse of the Silent  สาปเป้าหมายให้เสีย HP และ Mana ทุกวินาทีเป็นเวลา 10 วินาที หรือจนกว่าเป้าหมายจะร่ายสกิล
จุดเด่นของสกิล สาปเป้าหมายในระยะ ให้เสีย HP และ MP เป็นเวลา 10 วินาที ซึ่งใช้กดดันฮีโร่ฝั่งตรงข้ามได้ดีมากๆ ในช่วงต้นเกม ยิ่งถ้าเราสามารถใช้สกิลนี้ให้โดนฮีโร่หลายๆ ตัวแล้วละก็ จะช่วยให้ทีมได้เปรียบขึ้นอีกมาก
ข้อควรระวัง กิน MP สูงและมี CD ที่นาน ดังนั้น ถ้าไม่จำเป็นก็อย่าใช้สกิลนี้ฟุ่มเฟือยมากนัก หาจังหวะใช้ให้คุ้มๆ และใช้ Glaives of Wisdom ช่วยยิงตอดจะเห็นผลดีกว่า

Glaives of Wisdom  เพิ่มโบนัสดาเมจซึ่งทำความเสียหายได้โดยไม่ถูกหักความต้านทานใดๆ และถ้าฆ่าฮีโร่ฝ่ายศัตรูได้ด้วยสกิลนี้ ศัตรูที่ถูกฆ่าจะเสีย INT หนึ่งแต้ม และ Nortrom จะได้ INT หนึ่งแต้มมาเป็นของตัวเองอย่างถาวร
จุดเด่นของสกิล เพิ่มโบนัสดาเมจจาก Int ของตัวเรา ซึ่งยิ่งมีค่า Int มาก ก็ยิ่งยิงแรง จึงช่วยให้เราสามารถเล่นเป็น Battle Mage ได้แบบสบายๆ โดยหาไอเทมเพิ่ม Int มาใส่เยอะๆ และยิ่งถ้าเราใช้สกิลนี้จัดการอีกฝ่ายได้ละก็ เราก็จะได้ Int 1 พ้อยมาใช้ฟรีๆ แบบถาวรเลยทีเดียว
ข้อควรระวัง แนะนำให้ยิงตัวที่คิดว่าเราฆ่าได้แน่นอนจะดีกว่า เพราะยิ่งเราฆ่าอีกฝั่งมากเท่าไหร่ เราก็จะยิ่งได้โบนัส Int เพิ่มมากขึ้นเท่านั้น

Last Word  ทำให้ฝ่ายตรงข้ามที่อยู่ในอาณาเขตของออร่านี้จะถูก Silence เมื่อใช้สกิล ระยะแสดงผล 800 AoE ฮีโร่ DotA ที่เก่งการใช้สกิล เจอสกิลนี้เข้าไปถึงกับไปไม่เป็นเลยที่เดียว
จุดเด่นของสกิล สกิลใบ้สุดแสบ ที่จะช่วยตัดเกมฝั่งตรงข้ามได้เป็นอย่างดี เพราะผลของสกิลที่นานถึง 4 วิ จึงทำให้เรามีเวลามากพอที่จะให้ทีมประเคนสกิลต่างๆ เพื่อจัดการฝ่ายตรงข้ามได้ ดังนั้นเราควรที่จะอัพสกิลนี้ให้เต็มเป็นสกิลแรกๆ เพื่อเพิ่มความสามารถให้กับทีมเราด้วยครับ
ข้อควรระวัง ทุกครั้งที่เกิดการปะทะ เพื่อชัยชนะอันแน่นอน เราควรจะต้องมีส่วนร่วมด้วยทุกครั้ง และด้วยความแสบของสกิลนี้นั้น จึงทำให้เราอาจจะเป็นเป้าหมายของการสังหารเป็นคนแรกๆ ดังนั้น เราจึงต้องพยายามเล่นให้เซฟที่สุด โดยอาจจะออกไอเทมเพิ่ม HP หรือเสริมความอึดมาช่วยแก้ทางก็ได้

Global Silence  ทำให้ฝ่ายตรงข้ามทั้งแผนที่อยู่ในภาวะ Silence ไม่สามารถร่ายสกิลได้
จุดเด่นของสกิล ใบ้ฝ่ายตรงข้ามทั้งแผนที่เป็นเวลา 5 วินาที เหมาะมากๆ ที่จะช่วยทีมในการตัดเกมฝ่ายตรงข้าม หรือแม้แต่ในกรณีที่เกิดการปะทะขึ้นในจุดที่เราไม่อยู่ก็ตาม เราก็ยังสามารถกดใช้ Global Silence และใช้ Boot of Travel วาปเข้าไปช่วยก็ยังได้
ข้อควรระวัง ด้วย CD ที่นานถึง 160 วินาที เราจึงจะต้องคิดให้ดีๆ ว่าจะใช้สกิลนี้ในจังหวะไหน เพราะว่าหากเราใช้สกิลนี้ผิดโอกาสแล้วละก็ จากที่จะชนะก็อาจจะกลายเป็นแพ้ไปเลยก็ได้

Viper

Viper
Netherdrake
ชื่อที่ผมเรียกใน dota : ไวเปอร์

Viper  Viper เป็นสัตว์ที่ดุร้าย แต่มันจะฟังคำสั่งเพียงแค่ Lich King คนเดียวเท่านั้น Viper มีความสามารถในการใช้พิษ ทำให้ศัตรูเป็นอัมพาต และทำให้ศัตรูเสียพลังชีวิตเจ็บปวดอย่างมาก ศัตรูมักจะพยายามหลีกเลี่ยงที่จะประมือกับมัน เพราะว่าความน่ากลัวของมันนั้นถึงขนาดที่ว่าผู้ใดพลาดท่าเสียทีให้กับมัน อาจจะไม่ได้เห็นอนาคตวันพรุ่งนี้อีกเลย

Skill

Nethertoxin  สร้าง Bonus Damage ให้แก่ Viper ตามเลือดของศัตรูว่าเหลือน้อยเพียงใด ยิ่งเหลือน้อยยิ่งรุนแรงมากยิ่งขึ้น โดยเมื่ออัพสกิล จะได้ Bonus Damage 2/4/6/8 และจะเพิ่มทีละสองเท่าต่อเลือดของศัตรูที่หายไป 20% ( มีผลต่อยูนิตเท่านั้น )
จุดเด่นของสกิล เพิ่มดาเมจแบบมหาโหด 128 ดาเมจ จึงทำให้เราจะได้เปรียบมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่ออีกฝ่ายเลือดเหลือน้อยลง ยิ่งใช้คู่กับสกิล Ultimate หรือสกิล Nuker ลดดาเมจแรงๆ แล้วละก็ เพียงแค่เลเวลแรกๆ เราก็สามารถที่จะจัดการฮีโร่ฝั่งตรงข้ามได้ด้วยการยิงแบบสบายๆ เลยทีเดียว
ข้อควรระวัง หากต้องสู้กับฮีโร่ที่อึดๆ หรือยิงแล้วเลือดไม่ค่อยลด สกิลนี้ก็จะไม่ส่งผลออกมาเท่าที่ควรจะเป็น

Poison Attack  เคลือบพิษให้กับการโจมตีแต่ละครั้ง เป้าหมายที่ถูกโจมตีจะได้รับความเสียหายจากพิษและโจมตีหรือเคลื่อนที่ช้าลงเป็น
จุดเด่นของสกิล นอกจากจะทำให้เป้าหมายเคลื่อนที่และโจมตีช้าลงแล้ว Poison Attack ยังใช้ตอดฝ่ายตรงข้ามได้ดีตั้งแต่เลเวลแรกๆ ด้วยผลของพิษที่ลดเลือดได้ถึง 24 หน่วยต่อวินาที ย่อมทำให้ฝ่ายตรงข้ามพยามยามจะไม่เข้ามาประชิดตัว แต่อย่าชะล่าใจไป หากช่วงแรกๆ ต้องมาเจอกับฮีโร่ที่มีสกิลหยุด ซึ่งสามารถทำคอมโบกันจนเราถึงตายได้ เน้นตอดจากระยะไกลจะคุ้มค่าที่สุด ที่สำคัญสกิลนี้ยังใช้ในตอนหนีได้อีกด้วย หากมีฮีโร่ไล่ตามมาติดๆ ก็ควรจะยิงพิษไปสัก 1 ครั้งก่อน แล้วค่อยวิ่งหนี จะช่วยให้รอดจากการโดนฆ่าได้

Corrosive Skin  เคลือบร่างกายของ Viper ด้วยพิษ ทำให้ศัตรูที่โจมตีมาจะได้รับพิษซึ่งจะทำให้ได้รับความเสียหายจากพิษ และมีความเร็วในการโจมตีและเคลื่อนที่ลดลง มีผลเป็นเวลา 3 วินาที นอกจากนี้พิษที่เคลือบผิวหนังยังทำให้ Viper ซึ่งเป็นฮีโร่ DotA สาย Agi ทนทานต่อเวทมนตร์มากขึ้นด้วย
จุดเด่นของสกิล Corrosive Skin เป็นสกิลติดตัว โดยสกิลนี้จะทำการสร้างเกราะพิษขึ้นมาเพื่อทำให้ศัตรูที่โจมตีเข้ามาติดพิษ มีผลให้เคลื่อนที่ช้าลง และลดเลือดไปในตัว แถมสกิลนี้ยังใช้เพิ่มความต้านทานเวทย์มนต์อีกด้วย เป็นสกิลติดตัวที่มีประโยชน์มาก แต่อาจจะอัพทิ้งไว้แค่ 1 หรือ 2 แล้วไปอัพสกิล Frenzy และ Poison Attack ให้เต็มเสียก่อน จะคุ้มค่ากว่า

Viper Strike  โจมตีด้วยพิษเข้มข้น เป้าหมายที่ถูกพิษนี้จะมีความเร็วต่ำลงอย่างมาก และได้รับความเสียหายจากพิษทุกวินาที พิษมีผลนาน 5 วินาที
จุดเด่นของสกิล Viper Strike เป็นการโจมตีด้วยพิษที่ลดความเร็วของเป้าหมายได้สูงถึง 80% และลดเลือดของเป้าหมาย 145 หน่วยต่อวินาที โดยพิษจะมีผลอยู่นาน 5 วินาที ถ้าเจอกับเป้าหมายแล้ว การใช้ Viper Strike เป็นตัวเปิด จะเห็นผลได้ดีกว่าการใช้ Poison Attack ทั้งจากความสามารถในการลดความเร็ว และลดเลือดของเป้าหมาย แถมสกิลนี้ยังมีค่า Cooldown เพียง 30 นาที อาจจะได้ใช้ต่อเนื่องอีกครั้งหากทีมฝ่ายตรงข้ามเข้ามาช่วย

Faceless Void

Darkterror
Faceless Void
ชื่อที่ผมเรียกใน dota : วอยซ์ (เวลาเล่นโหดผมจะเรียก ซุปเปอร์วอยซ์)

Faceless Void  มี บางคนบอกว่า ครั้งหนึ่งเขาเคยเป็นมนุษย์ แต่เบื้องหลังของเขาถูกปกปิดไปด้วยความมืดมิด แม้แต่ตัวของเขาเองก็ตาม สิ่งที่เรารู้เกี่ยวกับเขา คือ เราจะถูกส่งไปยังช่องว่างของมิติในโลกนี้ ด้วยฝีมือและพลังในการควบคุม วงจรเวลา ซึ่งเขาสามารถ สะกดศัตรูไม่ให้เคลื่อนไหวในห้วงเวลาแห่งจักรพรรตดิ ซึ่งใครก็มิอาจขัดขืน ใครก็ไม่อาจจะทำร้ายเขาได้ เนื่องจากเทคนิคเฉพาะตัวในการย้อนเวลาความ สามารถของเขาไม่แยกแยะว่าใครเป็นมิตร หรือศัตรู หากมันแหยม ย่างกรายมาในอาณาเขตของห้วงเวลามันผู้นั้นก็ต้องตกอยู่ในอาณัติของ Darkterror อย่างมิอาจแข็งขืน แน่นอนมีเพียงเขาเท่านั้นที่เคลื่อนไหวได้ในอาณาเขตแห่งจักรพรรตดิ ลือกันว่าเขาสามารถล้มคนทั้งกองทัพโดยที่ไม่มีใครเห็นตัวเค้าเคลื่อนที่แม้ แต่คนเดียว

Skill

Time Walk  เคลื่อนที่ข้ามมิติเวลาไปยังจุดหมายอย่างรวดเร็ว เมื่อไปถึงจะทำให้ศัตรูโดยรอบโจมตีและเคลื่อนที่ช้าลงเป็นเวลา 3 วินาที
จุดเด่นของสกิล Time Walk สกิลกระโดดไกลของ Void มีประโยชน์อย่างมากในการไล่ฆ่าศัตรู ด้วยความสามารถในการทำให้เป้าหมายในบริเวณที่เรากระโดดเข้าไป เคลื่อนที่ช้าลงถึง 40% เป็นเวลา 3 วินาที ซึ่งเทคนิคเด็ดของการใช้สกิลนี้จะอยู่ที่ตำแหน่งในการกระโดดลงไป โดยผู้เล่นควรจะใช้วิธีกระโดดตัดหน้าคู่ต่อสู้ เพื่อให้มีจังหวะในการโจมตีที่ง่ายขึ้น ไม่ควรจะกระโดดเข้าไปทับตัวพอดี หรือตามอยู่ข้างหลัง เพราะจะเสียจังหวะในการโจมตีไป

Backtrack  เมื่อได้รับดาเมจ Darkterror จะมีโอกาสย้อนเวลาเสี้ยววินาทีกลับไปเพื่อหลบหลีกดาเมจนั้นได้ สามารถย้อนเวลาหลบได้ทั้งดาเมจทางกายภาพและทางเวทมนตร์ เรียกได้ว่าหลบได้เกือบทุกสกิลของเกมส์ DotA เลยที่เดียว
จุดเด่นของสกิล Backtrack เป็นสกิลประเภท Passive ที่ใช้หลบการโจมตีทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นทางกายภาพหรือเวทมนตร์ ในมุมมองของลำดับความสำคัญจากทั้ง 3 สกิลแรกของ Void คงจะต้องมาพิจารณาว่า สมควรจะอัพสกิลใดก่อนบ้าง แน่นอนว่า Time Walk ที่ใช้ได้ทั้งกระโดดหนี และไล่ล่าศัตรูย่อมมีความจำเป็นสูงสุด ยิ่งอัพมาก ยิ่งกระโดดได้ไกล ส่วนสกิล Time Lock ที่ทำให้เป้าหมายติด Stun แถมมี Bonus Damage อยู่ด้วย ก็ดูมีประโยชน์มากกว่า ดังนั้นสกิล Backtrack อาจจะเริ่มอัพตอนเลเวล 10 ไปแล้วก็ได้

Time Lock  มีโอกาสที่การโจมตีแต่ละครั้งจะทำความเสียหายมากกว่าปกติ และทำให้เป้าหมายหยุดนิ่งเป็นเวลา 1 วินาที
จุดเด่นของสกิล ดูรวมๆ แล้ว สกิล Time Lock ก็มีความสามารถเหมือนกับ Bash ของฮีโร่ตัวอื่นอย่างมาก นั่นคือทำให้ Stun ชั่วขณะ และมี Bonus Damage จากการติดอาการ Stun ผู้เล่นควรจะเริ่มอัพสกิล Time Lock ตั้งแต่เลเวล 2 ควบคู่ไปกับ Time Walk จนเต็มเลย ซึ่งตามหลักการของฮีโร่ที่มี Bash อยู่ในตัวนั้น หากตั้งการเห็นผลของมันเต็มที่ ก็ควรจะออกไอเทมที่เพิ่มความเร็วในการโจมตี เพื่อเพิ่มโอกาสในการติดสกิล

Culling Blade  สร้างม่านแห่งการเวลาขึ้นมาบนพื้นที่เป้าหมาย ทำให้เวลาข้างในนั้นหยุดนิ่ง มีเพียง Darkterror เท่านั้นที่สามารถเคลื่อนไหวภายในนั้นได้
จุดเด่นของสกิล Chronosphere ฝาชีอันนี้ ใช้ครอบเป้าหมายเพื่อให้หยุดนิ่ง ไม่สามารถขยับหรือว่าทำอะไรได้ จะมีเพียง Void เท่านั้นที่เคลื่อนไหวภายในนั่นได้ เป็นเวลา 5 วินาที สกิลนี้ก็เป็นเหมือนดาบ 2 คม เพราะหากติดข้างเดียวกันเอง ก็จะเป็นการเปิดโอกาสให้ฝ่ายตรงข้ามโจมตีเข้าใส่ฝั่งเราได้ฟรีๆ ดังนั้นจังหวะในการใช้ Chronosphere ก็ควรจะเลือกมุมในการใช้ให้ดีที่สุด อย่างน้อยก็ต้องไปติดฮีโร่ที่ใช้โจมตีระยะไกลของฝั่งเราเข้าไปด้วย เพื่อจะได้โจมตีเข้ามาใส่ฝ่ายตรงข้ามได้ฟรีๆ

Mogul Kahn

Mogul Kahn
Axe
ชื่อที่ผมเรียกใน dota : แอ็ก (เมื่อไหร่ได้เรื่อง)

Axe  ในสงครามระหว่างมนุษย์และออคที่มีมาช้านาน นักรบออค Orcish มากมายได้รับความเสียหายจากการชักจูงของเหล่าปิศาจร้ายและตกเป็นเครื่องมือ ของความมืด หนึ่งทหารดังกล่าวคือลูกครึ่งสายเลือดที่เป็นผู้นำของเหล่านักรบถือขวานซึ่ง นามของเขาก็คือ Mogul Kahn... Mogul ถูกฆ่าล้างเผ่าพันธุ์โดยพลาดีนชาวมนุษย์ แต่มันก็น่าแปลกที่จะเห็นการต่อสู้ข้าง ๆ กับฝั่ง Scourge ในช่วงเวลาที่ผ่านมา Mannoroth ได้เริ่มออกคำสั่งแก่เหล่าออคภายในสงครามกับArchimonde อีกครั้ง เหล่า Axe ได้ฟื้นคืนสติจากวิญญาณร้ายและใช้การสะท้อนกลับการโจมตีและการฟาดฟันที่ รุนแรงของเขาเข้าล่าล้างและขับไล่เหล่า Sentinels ที่มีความว่องไวให้เป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยด้วยคมขวานของเขา ด้วยความทะเยอทะยานของเขาจุดนี้จึงเป็นตัวฉุดพวกเขาเข้าสู่สงครามครั้งนี้

Skill

Berserker’s Call  ดึงดูดการโจมตีของศัตรูโดยรอบเข้ามาหา Axe ศัตรูที่อยู่ใต้ผลของสกิลนี้จะโจมตี Axe จนกว่าจะหมดผลของสกิลโดยที่เจ้าของไม่สามารถสั่งการอย่างอื่นได้ ระหว่างใช้สกิลนี้จะเพิ่มโบนัสเกราะให้กับตัว Axe ด้วย มีรัศมี 300 AoE
จุดเด่นของสกิล Berserker’s Call สกิลสุดแสบของ Axe ที่ใช้เรียกศัตรูรอบตัวเข้ามาโจมตีตนเองจนกว่าจะหมดผลของสกิล โดยการกดใช้สกิลนี้ จะเพิ่มเกราะให้กับผู้ใช้ถึง 20 หน่วย และทำให้เป้าหมายหนีไปไหนไม่ได้ถึง 3 วินาที โดยการใช้กับฮีโร่ตั้งแต่ช่วงแรกๆ จะทำให้ฆ่าได้ไม่ยากเลย
ข้อควรระวัง การกดใช้สกิลนี้ก็อาจจะต้องดูฮีโร่ที่เรียกมาสักหน่อย หากเป็น Phantom Assassin ที่มีความสามรถในการโจมตีติดคริติคอลอย่างสูง และเลือดของผู้ใช้ยังไม่มากนัก อาจจะเกิดความเสี่ยงมากเกินไป

Battle Hunger  สาปให้เป้าหมายกระหายการฆ่าฟัน ทำให้ได้รับดาเมจทุกวินาที จนกว่าจะฆ่ายูนิทใดๆ ได้เพื่อแก้คำสาป
จุดเด่นของสกิล Battle Hunger สกิลจุดไฟเผาหัวอันนี้ มีผลลดค่า HP เป้าหมายได้นานถึง 25 วินาที หรือจนกว่าเป้าหมายจะฆ่ายูนิตใดๆ ได้ เพื่อลบล้างสกิล สำหรับการใช้กับฮีโร่ในช่วงแรกๆ จะเป็นการกดเป้าหมายที่น่ากลัวมาก โดยเฉพาะการเผาหัวแล้ววิ่งไล่ ทำให้เป้าหมายไม่สามารถหยุดเพื่อกำจัดเป้าหมายใดๆ ได้ ซึ่งถ้าใครคิดจะหยุดตีครีป ก็อาจจะโดนสกิล Berserker’s Call เรียกเข้ามาฆ่าก็เป็นได้
ข้อควรระวัง เนื่องจาก Axe เป็นฮีโร่ DotA สาย STR ทำให้มีค่า MP ไม่สูงนัก การใช้สกิลนี้บ่อยๆ อาจจะทำให้ไม่เหลือค่า MP ในการใช้ Berserker’s Call เพื่อกำจัดเป้าหมาย ดังนั้นการเลือกใช้สกิล และการเลือกซื้อไอเทมในช่วงแรก ควรจะเลือกให้ดีๆ ว่า จะใช้สกิลไหนเพื่อกดเป้าหมายเป็นหลัก และอัพสกิลนั้นนำหน้าไปเลย

Counter Helic  มีโอกาส 17% ที่ Axe จะสวนกลับการโจมตีของฝ่ายตรงข้ามด้วยการหมุนตัวฟันศัตรูโดยรอบ ทำความเสียหายต่อศัตรูทุกตัวในรัศมี 300 AoE
จุดเด่นของสกิล Counter Helic เป็นการหมุนตัวโจมตีแบบอัตโนมัติ เป็นสกิลที่จำเป็นที่สุดในการเก็บเลเวลช่วงแรกๆ ของ Axe เลยก็ว่าได้ โดยผลของสกิลนี้จะเกิดก็ต่อเมื่อ มีการโจมตีเข้ามาที่ผู้เล่น ซึ่งสกิลนี้สามารถใช้วิ่งตัดครีปฝ่ายตรงข้ามเพื่อเก็บเงินได้ง่ายๆ เลยทีเดียว หรือจะใช้เข้าป่าเพื่อฟาร์มตั้งแต่แรกก็ทำได้เช่นกัน ดังนั้นการอัพสกิลของ Axe ควรจะอัพสกิลนี้เป็นหลัก แล้วค่อยเลือกว่าจะเล่นสาย Berserker’s Call และ Battle Hunger เป็นสายต่อมา

Culling Blade  โจมตีปลิดชีพเป้าหมาย ทำความเสียหายรุนแรง แต่จะฆ่าเป้าหมายทันทีหากว่ามี HP ต่ำกว่าที่กำหนดไว้ และเมื่อถือ scepter จะลด Cooldown ลง 5 วินาที
จุดเด่นของสกิล Culling Blade สกิลท่าไม้ตายของ Axe ที่ใช้ปลิดชีพเป้าหมายในทันที หากมีค่า HP ต่ำกว่าที่กำหนด โดยที่สกิลเลเวล 3 จะกำจัดเป้าหมายทันที ถ้ามี HP ต่ำกว่า 625 เป็นการบังคับให้ฮีโร่ฝั่งตรงข้ามต้องซื้อไอเทมที่เพิ่มค่า HP เอาไว้ด้วย มิฉะนั้นอาจจะตายได้ง่ายๆ แต่ถ้ามีค่า HP สูงกว่าที่กำหนด ก็จะสร้างความเสียหายเพียง 300 หน่วยเท่านั้น
เทคนิคพิเศษ การเลือกฮีโร่เป้าหมายของสกิลนี้ ควรจะดูให้ดีก่อนว่า ค่า HP สูงสุดของฮีโร่ตัวนั้นมีเท่าไร และใช้การดูขีดของหลอดเลือดเป็นหลัก ของจะกดใช้สกิล ถ้าฮีโร่ตัวนั้นวิ่งหนีก็ให้ผู้เล่นใช้สกิลเผาหัวลดค่า HP ไปเรื่อยๆ ก่อน แล้วค่อยใช้ Culling Blade เพื่อปิดเกม และการเลือกซื้อไอเทมอย่าง Kelen’s Dagger of Escape ก็จะช่วยให้ Axe ซึ่งไม่มีสกิลหยุดจากระยะไกล สามารถ Blink เข้าไปฆ่าเป้าหมายได้ไม่ยากเลยทีเดียว

วันศุกร์ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2556

N’aix

N’aix
Lifestealer
ชื่อที่ผมเรียกใน dota : น้าเน็ก 

N’aix  เป็นหนึ่งในกลุ่มของฝ่าย Sentinel มีชื่อที่ใช้เรียกเขากันหลายชื่อ และเป็นที่น่าเกรงขามแก่หลายๆ ฝ่าย และชื่อที่ใช้เรียกตัวเขาในกลุ่มเพื่อนพ้องของเขาคือ กัปตัน โคโค่ และคนอื่นๆ เรียกเขาว่า กัปตันแจ็คสแปโร่ว์ สมัยก่อนเขาได้รับการขนานนามว่าเป็นสุดยอดของกัปตันเรือ ซึ่งในช่วงเวลานั้น ก็ไม่ค่อยมีใครที่จะรู้ชื่อ จริงๆของเขาสักเท่าไร ถึงมีก็น้อยคนมากๆ เขาสามารถร่ายเวทมนต์เพื่อเรียกน้ำพุร้อนที่รุนแรงเข้าโจมตีศัตรูให้ลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า อาวุธประจำกายของเขาจะเป็นดาบแห่งมหาสมุทรที่ฟาดฟันเป็นคลื่นน้ำเพื่อเข้าทำการโจมตีศัตรู เวทมนต์ของเขาสามารถทำให้ศัตรูกลับไปยังจุดเดิมได้อีกด้วย ตอนนี้กัปตันได้ร่องเรือเข้าสู่ดินแดนของฝ่าย Scourge เพื่อวางแผนนำฝ่าย Sentinel ไปสู่ชัยชนะในสงครามครั้งนี้ เขาคือ Kunkka สุดยอดแห่งผู้นำของท้องทะเลทั้ง 7

Skill

Rage  ทำให้ N’aix เข้าสู่ภาวะคลุ้มคลั่ง ในภาวะนี้ N’aix จะโจมตีได้เร็วขึ้นและไม่ได้รับผลจากเวทมนตร์ชั่วระยะเวลาหนึ่ง
จุดเด่นของสกิล Rage เป็นสกิลที่ใช้เพิ่มความเร็วในการโจมตีที่สูงถึง 80% และไม่ได้รับผลของเวทมนตร์นานถึง 4.75 วินาที ดังนั้นสกิลนี้จะช่วยให้ผู้เล่นสามารถไล่ฆ่าฮีโร่สาย INT หรือ AGI ที่ต้องใช้สกิลหยุดได้ไม่ยากเลย เช่นการเปิดสกิล Rage เข้าไปไล่ฆ่าฮีโร่อย่าง Slayer, Drow Ranger หรือฮีโร่ DotA สาย STR อย่าง Skeleton King ก็ตาม โดยเฉพาะการใช้สกิลนี้ควบคู่ไปกับ Open Wounds ที่ทำให้เป้าหมายเคลื่อนที่ช้าลงนานถึง 8 วินาที จะทำให้การกำจัดเป้าหมายทำได้ไม่ยากเลยล่ะ

Feast  เมื่อโจมตีจะทำความเสียหายตาม % ของ HP ที่เป้าหมายมีอยู่ และดูดกลืนมาเติม HP ให้กับตัวเอง
จุดเด่นของสกิล Feast สกิลดูดเลือดของน้าเน็กที่ต่างจากฮีโร่ตัวอื่นๆ เพราะการดูดเลือดจากสกิลนี้ จะเป็นไปตามค่า HP ของเป้าหมาย โดยจะสร้างความเสียหายและดูดกลืนค่า HP มาเป็นของตัวเองจำนวน 7% ของ HP ที่เป้าหมายมีอยู่ ดังนั้นการไล่ฆ่าฮีโร่ DotA สาย STR ที่มีเลือดเยอะๆ จึงไม่ได้เป็นปัญหาสำหรับน้าเน็กเลย
ข้อควรระวัง หากเจอฮีโร่ที่มีสกิลหยุดแบบต่อเนื่องอย่าง Void หรือ Slardar การดูดเลือดของน้าเน็กอาจจะไม่เห็นผลมากนัก เพราะติดอาการ Stun อยู่ตลอด ดังนั้นควรจะซื้อไอเทมประเภทที่ใช้หยุดเป้าหมายให้ได้ด้วย หรือเลือกที่จะใช้ Open Wounds เป็นตัวเปิด และออกไอเทมที่เพิ่มแรงโจมตีหรือความเร็วในการโจมตีเข้าไป ก็จะทำให้กำจัดศัตรูได้ง่ายขึ้น

Open Wounds  สร้างบาดแผลรุนแรงต่อเป้าหมาย ทำให้เป้าหมายเคลื่อนที่ช้าลง และพันธมิตรของเราโดยรอบจะดูดเลือดจากเป้าหมายได้ด้วยในภาวะนี้ มีผลนาน 8 วินาที เป้าหมายจะค่อยๆ ฟื้นคืนความเร็วต่อวินาที (เหมือนโดน Purge)
จุดเด่นของสกิล ประโยชน์ที่ชัดที่สุดของสกิลนี้ก็คือ ทำให้เป้าหมายเคลื่อนที่ได้ช้าลงนานถึง 8 วินาที แต่ความเร็วนั้นจะค่อยๆ ฟื้นขึ้นมาเรื่อยๆ ต่อวินาที ดังนั้นเมื่อกดใช้สกิลนี้แล้ว จะต้องรีบเข้าประชิดตัวเป้าหมายให้ได้เร็วที่สุด สำหรับความสำคัญของสกิลนี้ ในช่วงแรกๆ ที่ยังมีไอเทมไม่มากนัก อาจจะอัพสกิลนี้ไว้สัก 1 ก็พอ แล้วเอาแต้มสกิลช่วงแรกๆ ไปอัพ Rage และ Feast จะคุ้มค่ากว่า
ข้อควรระวัง อย่าลิมว่าสกิลนี้จะทำให้เป้าหมายเคลื่อนที่ช้าลงเท่านั้น แต่ไม่ได้ป้องกันการใช้สกิลด้วย ดังนั้นควรจะใช้สกิล Rage ในขณะที่เข้าไปโจมตีด้วยทับลงไปแล้วเรียกกลับมายังไงก็รอดยาก เพราะที่วิ่งหนีส่วนใหญ่จะเหลือเลือดไม่มากนักหรอก

Infest  เข้าฝังตัวในร่างของยูนิตเป้าหมาย ซ่อนตัวได้จนกว่าจะเป้าหมายจะตาย หรือเราจะกินเป้าหมายซะเอง เมื่อเลือกกินเป้าหมายจะพื้น HP ตัวเอง เท่ากับ HP ที่เหลืออยู่ของเป้าหมาย
จุดเด่นของสกิล Infest เป็นสกิลที่ใช้ฟื้นฟูค่า HP จากการเข้าไปฝังตัวในเป้าหมายที่เป็นครีปฝั่งเดียวกัน หรือครีปป่า ช่วยให้น้าเน็กสามารถฟาร์มได้เร็วขึ้น เพราะในช่วงแรกๆ ที่ยังไม่มีไอเทมมากนัก สกิลดูดเลือดอาจจะช่วยให้ออกไปฟาร์มในป่าได้ไม่ดีสักเท่าไร การใช้สกิล Infest ช่วย นอกจากจะได้เลือดแล้ว ยังได้ EXP และเงินอีกด้วย ดังนั้นอัพไปได้เลยครับ ไม่ต้องกลัวเปลืองแต้มสกิล

Share

Twitter Delicious Facebook Digg Stumbleupon Favorites More